|
การแข่งขันกีฬาระหว่างกลุ่มประเทศเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้หรือซีเกมส์ครั้งล่าสุด จัดขึ้นที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
เมื่อประมาณปลายปี 2548 ที่ผ่านมา ประเทศไทยเราก็ส่งนักกีฬา เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ด้วย เมื่อมีการแข่งขันกีฬา
การบาดเจ็บที่เกิดจากการแข่งกีฬาของนักกีฬา ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงต้องมีการจัดเตรียมทีมแพทย์จากประเทศไทย
เมื่อเดินทางไปดูแล นักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันกีฬาครั้งนี้ด้วย
และหนึ่งในทีมแพทย์ที่ร่วมเดินทาง ไปที่มะนิลาในครั้งนี้ ก็เป็นอาจารย์แพทย์จากสงขลานครินทร์ สถาบันของเรานั่นเอง
คือ อ.พญ.กันยิกา ชำนิประศาสน์ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ ทางทีมงานเว็บไซต์รักม.อ.
ก็ได้สัมภาษณ์อาจารย์เกี่ยวกับการทำงานของอาจารย์ในครั้งนี้
RMO : ซีเกมส์ที่ฟิลิปปินส์ครั้งนี้ อาจารย์เป็นเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่อะไรครับ
อ.กันยิกา : ซีเกมส์ครั้งนี้ก็ไปเป็นแพทย์ประจำทีมนักกีฬาไทยค่ะ
RMO : อยากให้อาจารย์เล่าถึงจุดเริ่มต้น ที่อาจารย์ได้มาเป็นแพทย์ประจำนักกีฬาครับ
อ.กันยิกา : เริ่มจากการที่เล่นกีฬา และมีความเกี่ยวข้องกับวงการกีฬาในเบื้องต้นก่อน ในช่วงที่เรียนก็เรียนทางด้านออร์โธปิดิกส์
(ศัลยศาสตร์ทางด้านกระดูกและข้อ : ผู้เรียบเรียง) ซึ่งมีบางส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการกีฬา โดยเฉพาะการบาดเจ็บจากกีฬา
ตั้งแต่ตอนเป็นแพทย์ประจำบ้านอยู่ที่ศิริราช อาจารย์ก็มอบหมาย ให้ไปเป็นแพทย์ข้างสนาม ประจำนักกีฬาอยู่บ้าง
โดยปรกติเป็นคนที่ชอบกีฬา พอไปก็รู้สึกสนใจและสนุกไปกับมัน
ส่วนจุดเริ่มของการได้เป็น แพทย์ประจำนักกีฬาของโอลิมปิกเนี่ย ก็คือว่า คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย
จะเป็นผู้ดูแลนักกีฬาในการส่งนักกีฬา เข้าแข่งขันในฐานะตัวแทนของประเทศไทย ส่วนการกีฬาแห่งประเทศไทยจะเป็นหน่วยสนับสนุน
คือการจัดเตรียมนักกีฬา ที่พี่ได้เข้าไปเป็นแพทย์ของคณะกรรมการ โอลิมปิกแห่งประเทศไทย ก็คงจะเกี่ยวกับ ตอนที่มีการจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ
ที่สงขลาในปีหนึ่ง อาจารย์ที่มีหน้าที่ดูแลก็ได้มาดูและเห็นถึงการปฏิบัติงานของเรา ในฐานะที่ ม.อ. ทำหน้าที่ในการตรวจนักกีฬา ก็ทำให้รู้จักกัน
อาจารย์ก็ถามว่าสนใจจะไปไหม ก็ไปค่ะ ครั้งแรกที่ไป ก็ไปซีเกมส์ที่มาเลเซีย จำปีไม่ได้แล้วนานมากแล้วค่ะ หลังจากนั้นก็จะไปร่วมงานอยู่เรื่อยๆ
RMO : อาจารย์เคยไปที่ไหนมาบ้างครับ
อ.กันยิกา : ก็มีซีเกมส์ที่มาเลเซีย 2 ครั้ง ที่ฟิลิปปินส์ครั้งนี้ที่ไปก็เป็นครั้งที่ 2 มีสิงคโปร์ บรูไน และก็ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ
ซีเกมส์ก็คงวนเวียนไปตามนี้ค่ะ ส่วนเอเชี่ยนเกมส์ก็ไปที่ฮิโรชิม่า ประเทศญี่ปุ่น ก็มีที่ไทย และโอลิมปิกก็ไปที่กรีซ เท่าที่จำได้รู้สึกจะมีเท่านี้ค่ะ
RMO : อาจารย์รู้สึกประทับใจที่ไหนเป็นพิ เศษบ้างครับ
อ.กันยิกา : แต่ละที่ก็มีประทับใจต่างๆกันนะ คงไม่มีประทับใจที่ไหนเป็นพิเศษ อย่างที่ไปมาเลเซีย ตอนนั้นเป็นครั้งแรก
ก็ได้เจออะไรที่ยังไม่เคยทำ ก็จะทำให้เรามีประสบการณ์ ครั้งนั้นนักกีฬาบาดเจ็บมาก เราก็เลยมีโอกาสได้เข้าไปมีส่วนร่วมมาก
เวลาที่มีนักกีฬาบาดเจ็บ เราก็ดูแลและคอยพาไปส่งโรงพยาบาล ของประเทศที่เป็นเจ้าภาพ ก็ได้มีโอกาสรู้จักและเห็นระบบการบริการ
แต่ละที่จะมีลักษณะแตกต่างกัน มีลักษณะพิเศษของมัน
|
RMO : เป็นแพทย์ประจำนักกีฬา ต้องทำอะไรบ้างครับ
อ.กันยิกา : เวลาไปเป็นแพทย์ของโอลิมปิก โดยการจัดระบบตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การจัดทีมแพทย์ เราจะต้องดูแลนักกีฬา ทั้งก่อนและระหว่างการแข่งขัน
คือตั้งแต่ที่ไปถึงที่แข่งขัน นักกีฬาเรามีปัญหาปุ๊บเราก็ต้องให้การดูแล เพราะฉะนั้นโดยการบริการก็แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งก็เป็นคลินิก
เป็นคลินิกที่ให้บริการการแพทย์ และทางด้านกายภาพบำบัดตั้งอยู่ที่ศูนย์บัญชาการ คือเวลาที่เราไปแต่ละที่ ก็จะมีศูนย์หรือมีกองเป็นกองบัญชาการของโอลิมปิก
ทางทีมแพทย์ก็จะมีที่อยู่ตรงนั้น แล้วก็เปิดเป็นคลินิก ก็มีหมอไปทำหน้าที่ผลัดกัน ว่าวันไหนใครจะอยู่คลินิก วันไหนใครจะออกไปกับทีมกีฬาไหน
แต่ที่ฟิลิปปินส์ครั้งที่ผ่านมานี้ เจ้าภาพไม่สามารถจัดการแข่งขันโดยรวมไว้เป็นที่เดียว โดยปรกติการแข่งขันก็จะมีหมู่บ้าน อย่างเอเชี่ยนเกมส์ที่ธรรมศาสตร์
หรือไปจัดซีเกมส์ที่เชียงใหม่ เราก็จะมีหมู่บ้านที่สร้างเพื่อเป็นที่พักนักกีฬารวมกับสนามกีฬา กีฬาทุกประเภทก็จะมาอยู่ในบริเวณเดียวกัน
อาจจะมีไม่กี่ประเภทกีฬาที่จำเป็นจะต้องไปแข่งที่อื่น แต่ที่ฟิลิปปินส์ แต่ละกีฬาจะกระจายกันแข่งขันกันคนละที่ เพราะฉะนั้นนักกีฬาไทย
ก็ไม่มีโอกาสที่จะอยู่ด้วยกัน ตัวพี่ก็ไปอยู่กับทีมยิมนาสติก หมอเองก็ต้องกระจายไปอยู่ประจำทีม ซึ่งก็จะไม่ได้พบกับนักกีฬาประเภทอื่นเลย
ซึ่งจะแตกต่างจากทุกๆครั้งที่เราจะพบกับนักกีฬาทุกประเภท
RMO : แสดงว่าแพทย์ที่ไปทำงาน มีหลายคนใช่ไหมครับ
อ.กันยิกา : แพทย์ที่ไปก็มีหลายคนเป็นไปตามสัดส่วนของนักกีฬา จริงๆในแต่ละชนิดกีฬา ก็อยากจะให้มีหมอประจำ อยู่ดูแลนักกีฬาให้เลย
แต่ก็มีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณ และเรื่องอื่นๆนอกจากนี้ ทำให้เราทำได้ดีที่สุดแค่นั้น ในระยะยาวมันคงเปลี่ยนไปว่า ถ้าเป็นไปได้แพทย์ประจำทีมนักกีฬา
จะต้องดูแลมาตั้งแต่ก่อนเข้าแข่งขัน ตั้งแต่เริ่มเก็บตัวฝึกซ้อม จนกระทั่งไปแข่งขัน กลับมาก็อาจจะต้องให้การดูแลต่อ เป็นแพทย์ประจำทีมจริงๆ
RMO : นอกจากแพทย์แล้วยังมีบุคลากรสาขาอื่นในทีมรักษาอีกไหมครับ
อ.กันยิกา : ก็จะมีพยาบาล กับนักกายภาพบำบัด เป็นทีมอยู่ด้วยกัน
หน้าถัดไป : 1 2 3
|