###
หลายๆคนก็คงพอจะทราบอยู่บ้างว่า นักศึกษาคณะแพทย์และทันตแพทย์ จะต้องมีการเรียนวิชา กายวิภาคศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาถึงโครงสร้าง ทั้งภายนอกและภายในของมนุษย์ การเรียนรู้ที่จะสัมฤทธิ์ผล นอกจากจะมีอาจารย์ จากภาควิชากายวิภาคศาสตร์เป็นผู้สอนแล้ว ก็ยังมีอาจารย์ที่ได้อุทิศร่างกาย เพื่อให้นักศึกษา ได้ศึกษาโครงสร้างของร่างกายจริงของท่านอีกด้วย เราเรียกท่านอย่างให้ความเคารพว่า “อาจารย์ใหญ่”

เมื่อสิ้นสุดภาคเรียนของวิชา gross anatomy หรือมหกายวิภาคศาสตร์ ก็เป็นเวลาที่นักศึกษาที่ได้ร่ำเรียนมา กับอาจารย์ใหญ่มาตลอดทั้งปี จะร่วมตอบแทนบุญคุณของอาจารย์ใหญ่ทุกร่าง โดยการจัดงานพิธีพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่ โดยจะจัดในเดือนมีนาคมของทุกๆปี

และในเดือนมีนาคม 2549 นี้ ก็จะมีการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่ขึ้นอีกครั้ง ทางทีมงาน RMO จึงได้ไปสัมภาษณ์อาจารย์ ที่ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ เพื่อนำข้อมูลพิธีพระราชทานเพลิงศพ ในปีนี้มาบอกกล่าวให้เพื่อนๆสมาชิกเว็บไซต์ได้ทราบข่าวครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์วราภรณ์ พรหมวิกร
อาจารย์ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์




RMO : ทำไมนักศึกษาจะต้องเรียนรู้กายวิภาค จากร่างกายจริงของมนุษย์ครับ?
อ.วราภรณ์ : กายวิภาคเป็นวิชาที่สอนนักศึกษา ที่จะไปเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งก็คือนักศึกษาแพทย์ ทันตแพทย์ รวมถึงนักศึกษาปริญญาโทที่เรียนด้านนี้ เพื่อที่จะนำความรู้ทางด้านกายวิภาค ไปสอนนักศึกษาต่อไป อาจารย์ใหญ่ก็จะมีความสำคัญ เหมือนเป็นตำราที่เราจะต้องขวนขวายศึกษาว่า ในร่างกายของอาจารย์มีอะไรบ้าง ในคนที่เราจะไปรักษาก็จะมีลักษณะเช่นนี้ จะทำให้เรารู้และรักษาได้ดีกว่าการเรียนแต่ในตำรา หรือในภาพถ่าย 2 มิติที่เราไม่สามารถจับต้องได้ จะทำให้ความเข้าใจมีมากขึ้น และจะติดอยู่ในความทรงจำของนักเรียน เมื่อถึงเวลาใช ้ก็จะสามารถดึงความรู้ตรงนั้นออกมาได้

RMO : การจัดการเรียนการสอนของกายวิภาคศาสตร์เป็นยังไงบ้างครับ?
อ.วราภรณ์ : ก็แบ่งเป็น 4 วิชาย่อยๆค่ะ วิชาแรกคือ มหกายวิภาคศาสตร์ หรือ gross anatomy เรียนวิชากายวิภาคที่จับต้องได้ ทั้งภายนอกและภายในร่างกาย จึงต้องมีการผ่าศพ เรียนรู้โครงสร้างของอวัยวะ การเรียงตัวของหลอดเลือดและเส้นประสาท เป็นต้น วิชาที่ 2 คือ วิชาประสาทกายวิภาคศาสตร์ หรือ neuroanatomy จะศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทในร่างกายทั้งหมด เช่น ศึกษาสมองของคน หน้าที่ของสมองในเรื่องของความจำ และการควบคุมการทำงานของร่างกาย วิชาที่ 3 จะศึกษาถึงระดับเซลล์ ซึ่งไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า จะต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยขยาย เรียกว่า วิชาจุลกายวิภาคศาสตร์ หรือ microscopic anatomy และวิชาที่ 4 จะศึกษาเรื่องการเจริญเติบโตของทารก ในครรภ์ของมนุษย์ เรียกว่า คัพภะวิทยา หรือ embryology ก็จะใช้วิธีการดูภาพถ่ายในบางระยะ ของการเจริญเติบโต ไม่มีภาพแบบเป็นภาพเคลื่อนไหวค่ะ

RMO : ในส่วนของการเรียน gross anatomy ทางภาควิชาได้ร่างอาจารย์ใหญ่ มาจากไหนครับ?
อ.วราภรณ์ : ก็จากการบริจาคสำหรับผู้ที่คิดว่าอยากจะอุทิศร่างกาย เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา ซึ่งการบริจาคก็ต้องติดต่อที่ภาควิชา (ภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โทร. 0-7428-8151, 0-7428-8131 : ผู้เรียบเรียง) มีการทำพินัยกรรมว่า ต้องการบริจาคร่างกาย เมื่อเสียชีวิต ทางภาควิชาจะไปรับศพ และนำมาเข้ากระบวนการในการเก็บรักษา โดยใช้น้ำยารักษาศพ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น formaline เพื่อรักษาสภาพเนื้อเยื่อไว้ให้ดีที่สุด ให้สามารถอยู่ได้ถึง 2 ปี คือช่วงเก็บรักษา 1 ปีและช่วงที่นักศึกษาเรียนอีก 1 ปีก่อนที่จะนำมาทำพิธีพระราชทานเพลิงศพค่ะ

RMO : คุณสมบัติสำหรับผู้ที่ต้องการ จะบริจาคร่างกายจะต้องเป็นยังไงบ้างครับ?
อ.วราภรณ์ : ก็จะมีเกณฑ์กำหนดไว้อยู่ค่ะว่า เราจะไม่รับศพที่มีลักษณะยังไงบ้าง เช่น ไม่เอาศพที่อายุมากเกินไป เพราะอวัยวะจะเสื่อม หรือศพที่เน่าเปื่อย อวัยวะขาดหายไป ศพจะต้องไม่เป็นโรคที่เป็นอันตราย หรือโรคติดต่อร้ายแรง และสุดท้ายระยะทางก็ไม่ควรที่จะไกลมาก เพราะเราจะต้องเป็นคนไปรับเค้ามาเอง ก็กำหนดระยะทางไว้ที่ไม่เกิน 200 กิโลเมตรจากมหาวิทยาลัย ความต้องการร่างบริจาคในแต่ละปีก็ประมาณ 30-40 ร่าง ซึ่งเท่าที่บริจาคมาก็มีเพียงพอค่ะ มีคนสนใจบริจาคเยอะเหมือนกัน เพราะการประชาสัมพันธ์ของเราก็ค่อนข้างพอสมควร

RMO : จะมีการจัดการกับร่างอาจารย์ใหญ่อย่างไรบ้างครับหลังเรียนจบ?
อ.วราภรณ์ : พอเรียนจบในแต่ละปี ก็จะมีการเก็บ และทำพิธีสวดอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพ ก็มักจะเป็นในช่วงปิดภาคเรียน คือเดือนมีนาคม อาจารย์จากกายวิภาคก็จะเป็นคนดูแลงาน แต่จะให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมเป็นบทบาทสำคัญ ในฐานะที่เค้าเรียนจากอาจารย์ใหญ่ ก็จะทำทุกหน้าที่ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของแต่ละกลุ่มคือ จะต้องมีการจัดแต่งโลงศพ ให้กับอาจารย์ใหญ่ที่ตัวเองเรียน และหน้าที่ในภาพรวมคือการจัดพิธี ก็คือทำให้งานพิธีการดำเนินไปจนเสร็จสิ้น คอยต้อนรับญาติๆของอาจารย์ใหญ่ที่มางาน การดูแลเรื่องอาหารการกิน นอกจากนี้ก็มีเรื่องการประชาสัมพันธ์ การจัดสถานที่ และการประเมินผลสุดท้ายถึงข้อบกพร่อง เพื่อให้มีการปรับปรุงในปีถัดไป ก็มีงานเพียงพอสำหรับนักศึกษาทุกคนค่ะ



RMO : แล้วสำหรับงานในปีนี้จะเป็นยังไงบ้างครับ?
อ.วราภรณ์ : ก็จะมีจัด 2 วันค่ะ คือวันสวดอภิธรรม 1 คืน ในวันเสาร์ที่ 11 มีนาคมนี้ จะจัดที่ห้องเรียน NML ชั้น 2 เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป และวันที่สองในวันอาทิตย์ 12 มีนาคม จะเป็นวันพระราชทานเพลิงศพจากในหลวง ก็จะจัดที่วัดโคกนาว ตั้งแต่เวลา 9.30 – 15.00 น.ค่ะ

RMO : อาจารย์มีอะไรประชาสัมพันธ์หรือฝากอะไรถึงผู้อ่านมั้ยครับ?
อ.วราภรณ์ : เรื่องแรกก็ขอประชาสัมพันธ์เรื่องงานค่ะ งานนี้ก็เป็นงานที่เปิดนะ ใครก็ได้ที่อยากจะมาร่วมงานก็มาได้เลยทั้งวันที่ 11 และวันที่ 12 แต่ในวันที่ 12 จะเป็นงานที่เป็นทางการ เพราะเป็นงานที่พระราชทานเพลิงมาจากในหลวง ก็จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อย ถ้าเป็นนักศึกษาก็แต่งชุดนักศึกษา สำหรับคนทั่วไปก็แต่งชุดดำค่ะ

ส่วนเรื่องที่อยากจะฝากก็คือ ฝากถึงนักศึกษาที่เรียนกับอาจารย์ใหญ่โดยตรง ก็อยากจะให้นักศึกษาสำนึก และซาบซึ้งในบุญคุณที่อาจารย์ใหญ่ท่านอุทิศร่างกายมาให้ เพราะคงมีไม่กี่คนที่ไม่คิดว่าการบริจาคร่างกาย ให้พวกเรามาศึกษาเป็นสิ่งที่เสียหาย ก็ต้องถือว่าตรงนี้เป็นบุญคุณของท่าน และเรานักศึกษาก็รู้ดีว่า การเรียนวิชานี้ก็มีความสำคัญ ที่จะนำไปใช้ในอนาคต ก็อยากให้ซาบซึ้งและสำนึกในตรงนี้ ไม่ใช่เฉพาะแต่ในปีนี้ แต่อยากให้จำไว้ในใจ และทุกโอกาสในอนาคต ถ้าเราได้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านได้ก็ควรจะทำ หรือถ้าไม่มีโอกาส เพียงแค่ระลึกถึงบุญคุณท่านอย่างสม่ำเสมอ ก็จะดีมากๆ ก็เป็นสิ่งที่อยากจะฝากค่ะ

RMO : ขอบคุณอาจารย์มากครับที่สละเวลาในวันนี้



สัมภาษณ์และเรียบเรียง : Euphoria
ถ่ายภาพ : กระเพรา
ออกแบบ : Baimai (www.photo-n-life.com)