RMO : คุณสมบัติสำหรับผู้ที่ต้องการ จะบริจาคร่างกายจะต้องเป็นยังไงบ้างครับ?
อ.วราภรณ์ : ก็จะมีเกณฑ์กำหนดไว้อยู่ค่ะว่า เราจะไม่รับศพที่มีลักษณะยังไงบ้าง เช่น ไม่เอาศพที่อายุมากเกินไป เพราะอวัยวะจะเสื่อม
หรือศพที่เน่าเปื่อย อวัยวะขาดหายไป ศพจะต้องไม่เป็นโรคที่เป็นอันตราย หรือโรคติดต่อร้ายแรง และสุดท้ายระยะทางก็ไม่ควรที่จะไกลมาก
เพราะเราจะต้องเป็นคนไปรับเค้ามาเอง ก็กำหนดระยะทางไว้ที่ไม่เกิน 200 กิโลเมตรจากมหาวิทยาลัย ความต้องการร่างบริจาคในแต่ละปีก็ประมาณ 30-40 ร่าง
ซึ่งเท่าที่บริจาคมาก็มีเพียงพอค่ะ มีคนสนใจบริจาคเยอะเหมือนกัน เพราะการประชาสัมพันธ์ของเราก็ค่อนข้างพอสมควร
RMO : จะมีการจัดการกับร่างอาจารย์ใหญ่อย่างไรบ้างครับหลังเรียนจบ?
อ.วราภรณ์ : พอเรียนจบในแต่ละปี ก็จะมีการเก็บ และทำพิธีสวดอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพ ก็มักจะเป็นในช่วงปิดภาคเรียน
คือเดือนมีนาคม อาจารย์จากกายวิภาคก็จะเป็นคนดูแลงาน แต่จะให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมเป็นบทบาทสำคัญ
ในฐานะที่เค้าเรียนจากอาจารย์ใหญ่ ก็จะทำทุกหน้าที่ ทั้งที่เป็นหน้าที่ของแต่ละกลุ่มคือ จะต้องมีการจัดแต่งโลงศพ
ให้กับอาจารย์ใหญ่ที่ตัวเองเรียน และหน้าที่ในภาพรวมคือการจัดพิธี ก็คือทำให้งานพิธีการดำเนินไปจนเสร็จสิ้น
คอยต้อนรับญาติๆของอาจารย์ใหญ่ที่มางาน การดูแลเรื่องอาหารการกิน นอกจากนี้ก็มีเรื่องการประชาสัมพันธ์
การจัดสถานที่ และการประเมินผลสุดท้ายถึงข้อบกพร่อง เพื่อให้มีการปรับปรุงในปีถัดไป ก็มีงานเพียงพอสำหรับนักศึกษาทุกคนค่ะ
RMO : แล้วสำหรับงานในปีนี้จะเป็นยังไงบ้างครับ?
อ.วราภรณ์ : ก็จะมีจัด 2 วันค่ะ คือวันสวดอภิธรรม 1 คืน ในวันเสาร์ที่ 11 มีนาคมนี้ จะจัดที่ห้องเรียน NML ชั้น 2 เวลา 18.00 น.เป็นต้นไป
และวันที่สองในวันอาทิตย์ 12 มีนาคม จะเป็นวันพระราชทานเพลิงศพจากในหลวง ก็จะจัดที่วัดโคกนาว ตั้งแต่เวลา 9.30 15.00 น.ค่ะ
RMO : อาจารย์มีอะไรประชาสัมพันธ์หรือฝากอะไรถึงผู้อ่านมั้ยครับ?
อ.วราภรณ์ : เรื่องแรกก็ขอประชาสัมพันธ์เรื่องงานค่ะ งานนี้ก็เป็นงานที่เปิดนะ ใครก็ได้ที่อยากจะมาร่วมงานก็มาได้เลยทั้งวันที่ 11
และวันที่ 12 แต่ในวันที่ 12 จะเป็นงานที่เป็นทางการ เพราะเป็นงานที่พระราชทานเพลิงมาจากในหลวง
ก็จะต้องแต่งกายให้เรียบร้อย ถ้าเป็นนักศึกษาก็แต่งชุดนักศึกษา สำหรับคนทั่วไปก็แต่งชุดดำค่ะ
ส่วนเรื่องที่อยากจะฝากก็คือ ฝากถึงนักศึกษาที่เรียนกับอาจารย์ใหญ่โดยตรง ก็อยากจะให้นักศึกษาสำนึก
และซาบซึ้งในบุญคุณที่อาจารย์ใหญ่ท่านอุทิศร่างกายมาให้ เพราะคงมีไม่กี่คนที่ไม่คิดว่าการบริจาคร่างกาย
ให้พวกเรามาศึกษาเป็นสิ่งที่เสียหาย ก็ต้องถือว่าตรงนี้เป็นบุญคุณของท่าน และเรานักศึกษาก็รู้ดีว่า
การเรียนวิชานี้ก็มีความสำคัญ ที่จะนำไปใช้ในอนาคต ก็อยากให้ซาบซึ้งและสำนึกในตรงนี้
ไม่ใช่เฉพาะแต่ในปีนี้ แต่อยากให้จำไว้ในใจ และทุกโอกาสในอนาคต ถ้าเราได้ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่านได้ก็ควรจะทำ
หรือถ้าไม่มีโอกาส เพียงแค่ระลึกถึงบุญคุณท่านอย่างสม่ำเสมอ ก็จะดีมากๆ ก็เป็นสิ่งที่อยากจะฝากค่ะ
RMO : ขอบคุณอาจารย์มากครับที่สละเวลาในวันนี้
สัมภาษณ์และเรียบเรียง : Euphoria
ถ่ายภาพ : กระเพรา
ออกแบบ : Baimai (
www.photo-n-life.com)